นอกจากสภาพอากาศที่หนาว และลมเย็น ที่ทำให้ผิวแห้งแล้ว สภาพอากาศร้อนชื้นอย่างบ้านเราก็มีผลที่ทำให้ผิวแห้งได้เหมือนกัน
การอาบน้ำบ่อยๆ โดยใช้น้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิปกติ ก็มีส่วนทำให้ความชุ่มชื่นในผิวหนังถูกชะล้างไปพร้อมกับการอาบน้ำ ยิ่งบางคนชอบขัดผิว หรือแช่น้ำร้อนบ่อยครั้ง ก็ยิ่งทำให้ผิวแห้ง ชั้นหนังกำพร้าอ่อนแอมากขึ้น ผิวจึงไม่เต่งตึง ขาดความชุ่มชื้นสาวๆไม่ควรปล่อยให้ “ผิวแห้ง” จนเกินแก้ไข การใช้โลชั่นบำรุงผิว เป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นที่หล่อเลี้ยงเซลล์ผิวตามธรรมชาติ อีกทั้งช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิวชั้นนอกได้ดีเยี่ยม ดังนั้น เมื่อผิวส่งสัญญาณเตือนคุณแล้ว ก็ถึงเวลาต้องบำรุงกันแล้วล่ะ

รู้ได้ยังไงว่าผิวเริ่มส่งสัญญาณเตือน?

- บริเวณผิวหน้า หากส่องกระจกแล้วเห็นว่าผิวดูไม่มีน้ำมีนวล ลอกเป็นขุย ก็ถึงเวลาบำรุงได้แล้วล่ะ

- บริเวณแขนกับขา หากลองใช้เล็บ หรือของใช้ เช่น ปากกา กุญแจ ข่วนที่ผิวแล้วเป็นรอยเส้นสีขาวขึ้นมา แสดงว่าผิวของคุณเริ่มแห้งเต็มที่

- บริเวณขาหนีบ หรือข้อพับต่างๆ หากมีอาการแสบๆ คันๆ แสดงว่า ผิวบริเวณนั้นไม่มีความชุ่มชื้นเพียงพอ จะทำให้ผิวเสียดสีกัน จนเกิดเป็นแผลได้

- บริเวณลำตัว ส่วนมากไม่ค่อยพบปัญหาสักเท่าไหร่ แต่ทางที่ดีก็ควรบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน

แล้วจะบำรุงผิวยังไงดีละ?

บำรุงผิวทุกครั้ง หลังอาบน้ำเสร็จ ก่อนนอน และก่อนออกจากบ้าน

หลังอาบน้ำเสร็จ ให้ใช้โลชั่น หรือออยล์บำรุงผิวทันที เพราะหลังจากเราอาบน้ำเสร็จ ชั้นผิวหนังเก่าๆ จะถูกขัดออกไป ทำให้รูขุมขนสามารถซึบซับสารบำรุงต่างๆ ได้เร็วยิ่งขึ้น ไม่ควรลืมบำรุงผิวก่อนนอน ช่วงเวลาที่เราหลับใหลนั้น เป็นช่วงเวลาที่ผิวได้พักผ่อน ซ่อมแซม และบำรุง ถ้าเราทาครีม โลชั่น หรือเซรั่มก่อนนอนแล้ว ครีมพวกนี้ก็จะเข้าไปช่วยเสริม และบำรุงผิวได้ดียิ่งขึ้น สำหรับสาวๆ ที่ขี้เกียจบำรุงผิวก่อนออกจากบ้าน เพราะเช้านั้นตื่นสายและเร่งรีบ ให้จำไว้ว่า เพียงแค่ก้าวเท้าออกไปข้างนอก เราจะต้องพบกับมลภาวะต่างๆ มากมายที่จ้องทำร้ายผิว ทั้งรังสียูวีจากแสงแดด ฝุ่น ควันพิษ ฯลฯ ดังนั้น การเสียเวลาบำรุงผิวเพียงไม่กี่นาทีก่อนออกจากบ้าน จะช่วยปกป้องผิวให้สวยได้ยาวนาน ที่สำคัญ! ควรเลือกใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของสารกันแดด หรือครีมกันแดด เป็นต้น

TIPS ผิวไม่แจ่มเพราะตากแอร์
สาวๆ ที่นั่งเรียนหนังสือ หรือทำงานออฟฟิส อย่ามองข้าม! แอร์เย็นฉ่ำนี่แหละตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ใครที่อยู่ห้องแอร์นานๆ แล้วละก็ อย่าลืมทาโลชั่น บำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของวิตามินอี น้ำมันธรรมชาติอย่าง อัลมอนด์ออยล์ หรือโจโจ้บาร์ออยล์ ลูบไล้ให้ทั่วบริเวณแขน ขา และตามข้อพับในส่วนต่าง ๆ ให้ทั่วนะคะ

เปลี่ยนวิธีบำรุงผิวแบบอื่นบ้างเป็นครั้งคราว
วิธีเหล่านี้นานๆ ครั้งทำทีก็ดีเหมือนกัน ไม่ว่าจะไป อบผิว ซาวน์น่า พอกโยเกิร์ต หรือแช่น้ำนม วิธีเหล่านี้อาจดูเสียเงิน และเสียเวลา แต่บางวิธีก็ช่วยบำรุงผิวได้เหมือนกัน เช่น การอบซาวน์น่า จะทำให้ผิวของเราได้ขับเหงื่อออกมา ทำให้ผิวสดชื่น เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือการขัดผิวด้วยเกลือ เพียงเดือนละครั้ง สองครั้งก็พอแล้ว

1. มาส์กหน้า

    ใน 1 อาทิตย์ ควรมาส์กหน้าบ้างอะไรบ้าง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นบนใบหน้า (แต่ไม่ควรมาส์กหน้านอนทิ้งไว้ เพราะจะทำให้มาส์กที่แห้งแล้ว ดูดซึมความชุ่มชื้นบนใบหน้าออกไป)

2. อย่าลืมลบเครื่องสำอาง และใช้โทนเนอร์ปรับสภาพผิว
    สาวๆ ส่วนใหญ่ชอบลืมใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้า ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมีสูตรออกมามากมาย ทั้งแบบกันน้ำ หรือมีส่วนผสมหลายอย่าง เลยไม่รู้ว่าแค่การล้างหน้าอย่างเดียวจะเอาอยู่หรือเปล่า ดังนั้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางก่อนทุกครั้ง หรือบางคนไม่ได้แต่งหน้า ก็อย่าละเลย หลังล้างหน้าเสร็จ ควรใช้โทนเนอร์เช็ดปรับสภาพผิวอีกที เพื่อความสะอาดของผิวหน้าคุณ

3. ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ
    ดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวัน ก็สามารถช่วยดูแลผิวได้ดีทีเดียว ควรปรับนิสัยในเรื่องการดื่มน้ำให้ชิน จากการวิจัยต่างๆ พบว่าน้ำสามารถเข้าไปช่วยเติมเต็ม ซ่อมแซมผิวหนังได้ ความชุ่มชื้นที่ดีจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย ทำให้ผิวมีสุขภาพดี ก่อนนอนลองดื่มน้ำอุ่นสักแก้วก็ดีเหมือนกันนะ

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    การออกกำลังกาย คือ วิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยให้ผิวพรรณสดใส มีสุขภาพดีขึ้น เป็นวิธีที่ง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้โดยไม่เสียเงินซักบาท ขอแค่มีเวลาออกกำลังกาย 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อขับของเสียออกจากเหงื่อ และขับสารพิษออกตามผิวหนัง นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังเป็นการนำออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ยิ่งร่างกายได้รับออกซิเจนมากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระได้มากขึ้นเท่านั้น การออกกำลังกายจึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ดี ทำให้ผิวพรรณดูสดใส เปล่งปลั่งยิ่งขึ้น

เนื้อหาโดย www.lisaguru.com